หลายคนที่เป็นชาวต่างชาติ หรือบริษัทที่ต้องการจ้างชาวต่างชาติทำงานในประเทศไทย มักเกิดคำถามว่า “มีวีซ่าแล้ว ยังต้องขอ Work Permit อีกเหรอ?” คำตอบคือ ต้องมีค่ะ เพราะ วีซ่า (Visa) และ Work Permit (ใบอนุญาตทำงาน) เป็นเอกสารคนละประเภท แต่ต้องใช้ควบคู่กันเสมอ
บทความนี้จะอธิบายให้เข้าใจอย่างละเอียดว่า ทั้งสองอย่างแตกต่างกันอย่างไร ทำไมถึงสำคัญ และจะช่วยให้คุณเตรียมเอกสารได้ถูกต้องตั้งแต่ต้น รวมถึงแนะแนวทางสำหรับผู้ที่ต้องการใช้บริการจาก บริษัทรับทำ Work Permit เพื่อความสะดวกและถูกต้องตามกฎหมาย
Visa คืออะไร?
Visa (วีซ่า) คือเอกสารที่ออกโดย สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (Immigration Bureau) หรือสถานทูตไทยในต่างประเทศ มีหน้าที่อนุญาตให้ชาวต่างชาติ เข้าพำนักในประเทศไทยได้ตามระยะเวลาที่กำหนด
วีซ่ามีหลายประเภท เช่น
- Tourist Visa (วีซ่าท่องเที่ยว) – เพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น ห้ามทำงาน
- Non-Immigrant Visa “B” (Business Visa) – สำหรับการทำงานหรือประกอบธุรกิจ
- Non-Immigrant Visa “O” (สำหรับคู่สมรสคนไทย)
- Smart Visa – สำหรับนักลงทุน ผู้เชี่ยวชาญ หรือสตาร์ทอัพระดับสูง
การมีวีซ่าที่ถูกต้องคือใบเบิกทาง ให้สามารถเข้ามาทำงานในประเทศไทยได้ แต่ยังไม่ถือว่าทำงานได้ตามกฎหมาย จนกว่าจะได้รับ Work Permit

Work Permit คืออะไร?
Work Permit คือ ใบอนุญาตทำงาน ที่ออกโดย กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน อนุญาตให้ชาวต่างชาติทำงานในประเทศไทยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
เอกสารนี้จะระบุรายละเอียดชัดเจน เช่น
- ชื่อบริษัทที่ทำงานอยู่
- ตำแหน่งงาน
- ลักษณะงาน
- สถานที่ทำงาน
- ระยะเวลาอนุญาต
หากทำงานโดยไม่มี Work Permit แม้ว่าจะถือวีซ่าถูกประเภท ก็ถือว่าผิดกฎหมายแรงงานไทย มีโทษปรับสูงสุดถึง 100,000 บาท
สรุปความแตกต่างระหว่าง Visa และ Work Permit
รายการ | Visa (วีซ่า) | Work Permit (ใบอนุญาตทำงาน) |
หน่วยงานที่ออกให้ | สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง / สถานทูต | กรมการจัดหางาน |
จุดประสงค์ | อนุญาตให้พำนักอยู่ในประเทศไทย | อนุญาตให้ทำงานได้อย่างถูกต้อง |
ระยะเวลา | ตามประเภทวีซ่า (90 วัน, 1 ปี ฯลฯ) | ตามสัญญาจ้างหรือการต่ออายุ |
การต่ออายุ | ต่อได้โดยยื่นที่ตม. | ต่อได้โดยยื่นที่กรมการจัดหางาน |
ผลทากฎหมาย | หมดอายุ = อยู่เกินกำหนด | หมดอายุ = ทำงานโดยผิดกฎหมาย |
ดังนั้น หากจะทำงานในประเทศไทยได้อย่างถูกต้อง ต้องมีทั้งสองเอกสารควบคู่กันเสมอ
ทำไมต้องมีทั้ง Visa และ Work Permit?
การถือวีซ่าเพียงอย่างเดียว เป็นเพียงการอนุญาตให้ อยู่ในประเทศ แต่ถ้าจะทำงาน ต้องมี Work Permit ด้วย
ตัวอย่างเช่น
- ชาวต่างชาติที่เข้ามาด้วย Non-B Visa (เพื่อทำงาน) ต้องยื่นขอ Work Permit ภายใน 90 วัน นับจากวันที่เข้าประเทศ
- หากทำงานก่อนใบอนุญาตออก ถือว่าผิดกฎหมายแรงงาน
- หากหมดอายุวีซ่า แต่ยังทำงานอยู่ ก็ผิดกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง
ดังนั้นทั้งสองเอกสารต้อง “สอดคล้องกัน” ตลอดระยะเวลาที่พำนักและทำงานในไทย
ขั้นตอนการขอ Visa และ Work Permit พร้อมกัน
ปัจจุบันรัฐบาลไทยอำนวยความสะดวกให้สามารถยื่นขอ Visa และ Work Permit พร้อมกันได้ที่ศูนย์บริการ OSS (One Stop Service) โดยเฉพาะสำหรับบริษัทที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล
ขั้นตอนทั่วไปมีดังนี้:
- เตรียมเอกสารของบริษัทและแรงงานต่างชาติให้ครบ
- ยื่นคำขอ Visa และ Work Permit พร้อมกันที่ศูนย์ OSS
- ตรวจสอบข้อมูลและชำระค่าธรรมเนียม
- รับวีซ่าที่ต่ออายุและใบอนุญาตทำงานได้ภายในไม่กี่วัน
บริการแบบ One Stop ช่วยลดขั้นตอนซ้ำซ้อนและลดระยะเวลาได้มาก โดยเฉพาะบริษัทที่มีแรงงานต่างชาติหลายคน
เคล็ดลับจากบริษัทรับทำ Work Permit
การยื่นเอกสารขอวีซ่าและใบอนุญาตทำงานดูเหมือนจะง่าย แต่ในทางปฏิบัติมักมีรายละเอียดปลีกย่อยที่ซับซ้อน เช่น
- เอกสารบริษัทไม่ครบ หรือหมดอายุ
- วีซ่าที่ถืออยู่ไม่ตรงประเภทกับงานที่จะทำ
- จำนวนพนักงานไทยหรือทุนจดทะเบียนไม่เข้าเกณฑ์
- สัญญาจ้างงานไม่ตรงกับตำแหน่งที่ระบุใน Work Permit
บริษัทรับทำ Work Permit ที่มีประสบการณ์ จะช่วยตรวจสอบเงื่อนไขเหล่านี้ให้ครบถ้วนก่อนยื่นจริง พร้อมดูแลเอกสารทุกขั้นตอนตั้งแต่เตรียม ยื่น ขอ ต่ออายุ จนถึงการแจ้งเปลี่ยนนายจ้างหรือยกเลิกใบอนุญาต
โดยเฉพาะบริษัทที่ต้องจ้างแรงงานต่างชาติหลายคน เช่น โรงงาน บริษัทเทคโนโลยี หรือสำนักงานบัญชีที่ดูแลนักลงทุนต่างชาติ การใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญจะช่วยลดความผิดพลาดและประหยัดเวลามากกว่าการดำเนินการเอง
สรุป
ไม่ว่าจะเป็นชาวต่างชาติที่ต้องการทำงานในไทย หรือบริษัทที่ต้องการจ้างแรงงานต่างชาติ การมีทั้ง Visa และ Work Permit อย่างถูกต้องคือสิ่งที่จำเป็นที่สุด
หากคุณต้องการความมั่นใจในความถูกต้องของเอกสาร และอยากประหยัดเวลาในการดำเนินการ
Misari การบัญชี บริษัทรับทำ Work Permit ของเรา ให้บริการครบวงจร ตั้งแต่การตรวจสอบประเภทวีซ่า เตรียมเอกสาร ขอใบอนุญาต ทำต่ออายุ และให้คำปรึกษาทางกฎหมายแรงงานต่างชาติ เราพร้อมดูแลทั้งนายจ้างและลูกจ้าง ให้การทำงานในประเทศไทยเป็นไปอย่างถูกต้องและสบายใจ

