สิทธิลดหย่อนภาษี ปีภาษี 2568 เตรียมตัวให้พร้อมก่อนยื่นภาษี
ในทุกต้นปี สำนักงานบัญชีมักพบว่าลูกค้าจำนวนมากมีภาระภาษีสูงกว่าที่ควรจะเป็น สาเหตุหลักไม่ใช่รายได้เพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการใช้ สิทธิลดหย่อนภาษี ไม่ครบ หรือใช้ไม่ถูกต้อง
สำหรับปีภาษี 2568 สิทธิลดหย่อนภาษียังคงมีหลายกลุ่ม ทั้งส่วนตัว ครอบครัว ประกัน การออม การลงทุน และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หากมีการวางภาษีแผนล่วงหน้า จะช่วยลดภาระภาษีได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และช่วยรักษาสภาพคล่องทางการเงินได้จริง
สิทธิลดหย่อนภาษีส่วนตัวและครอบครัว
เป็น สิทธิลดหย่อนภาษีพื้นฐาน ที่ผู้มีเงินได้ควรตรวจสอบเป็นอันดับแรก
- ค่าลดหย่อนส่วนตัว: 60,000 บาท
- คู่สมรสไม่มีรายได้: 60,000 บาท
- บุตรคนละ 30,000 บาท
- บุตรคนที่ 2 เป็นต้นไป (เกิดตั้งแต่ปี 2561): 60,000 บาท/คน
- ค่าอุปการะบุตรพิการ: ไม่เกิน 60,000 บาท
- ค่าเลี้ยงดูบิดา–มารดา (อายุ 60 ปีขึ้นไป และมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท/ปี): 30,000 บาท/คน
- ผู้พิการหรือทุพพลภาพ: 60,000 บาท/คน
สิทธิลดหย่อนภาษีกลุ่มประกัน เงินออม และการวางแผนเกษียณ
กลุ่มนี้เป็นสิทธิลดหย่อนภาษีที่ช่วยทั้งลดภาษีในระยะยาว
- ประกันสังคม: ไม่เกิน 9,000 บาท
- ประกันสุขภาพบิดา–มารดา: ไม่เกิน 15,000 บาท
- ประกันชีวิตทั่วไป / ประกันสะสมทรัพย์: ไม่เกิน 100,000 บาท
- ประกันสุขภาพของตนเอง: ไม่เกิน 25,000 บาท (รวมกับประกันชีวิตแล้วไม่เกิน 100,000 บาท)
- ประกันชีวิตแบบบำนาญ: ไม่เกิน 200,000 บาท หรือ 15% ของรายได้
ควรตรวจสอบชื่อผู้เอาประกันและปีที่ชำระเบี้ยให้ตรงกับปีภาษี 2568 เท่านั้น จึงจะใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้

สิทธิลดหย่อนภาษีกลุ่มกองทุนและเงินออมระยะยาว
- กองทุน RMF: ไม่เกิน 500,000 บาท หรือ 30% ของรายได้
- กองทุน PVD: ไม่เกิน 500,000 บาท หรือ 15% ของรายได้
- กบข. / กองทุนสงเคราะห์เอกชน: ไม่เกิน 500,000 บาท
- กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.): ไม่เกิน 30,000 บาท
หมายเหตุสำคัญ: เมื่อนำสิทธิลดหย่อนภาษีกลุ่มเงินออมทั้งหมดมารวมกัน ต้องไม่เกิน 500,000 บาท
สิทธิลดหย่อนภาษีจากการลงทุนและกองทุนเพื่อสังคม
- เงินลงทุนในกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise): ไม่เกิน 100,000 บาท
- กองทุน ThaiESG (ปี 2567–2569): ไม่เกิน 300,000 บาท หรือ 30% ของรายได้
- กองทุน ThaiESGX
- เงินลงทุนใหม่ (พ.ค.–มิ.ย. 2568): ไม่เกิน 300,000 บาท
- เงินสับเปลี่ยนจาก LTF (พ.ค.–มิ.ย. 2568): ไม่เกิน 300,000 บาท
สิทธิลดหย่อนภาษีจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและที่อยู่อาศัย
- ติดตั้ง Solar Rooftop ในบ้านพักอาศัย: ไม่เกิน 200,000 บาท
- โครงการ E-Receipt 2.0 (16 ม.ค.–28 ก.พ. 2568): ไม่เกิน 50,000 บาท
- ดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัย: ไม่เกิน 100,000 บาท
- ค่าก่อสร้างบ้านใหม่ (9 เม.ย.–31 ธ.ค. 2568): ไม่เกิน 100,000 บาท
สิทธิลดหย่อนภาษีกลุ่มเงินบริจาค
- บริจาคให้พรรคการเมือง: ไม่เกิน 10,000 บาท
- เงินบริจาคทั่วไป: หักตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10% ของรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน
- เงินบริจาคเพื่อการศึกษา กีฬา โรงพยาบาลรัฐ และการพัฒนาสังคม: หักลดหย่อนได้ 2 เท่า แต่ไม่เกิน 10% ของรายได้

ข้อควรรู้ก่อนยื่นภาษี
- ผู้มีรายได้ไม่เกิน 120,000 บาทต่อปี ไม่ต้องยื่นภาษี
- ผู้มีเงินได้ทุกคนมีสิทธิลดหย่อนภาษีส่วนตัว 60,000 บาท
- ควรเก็บเอกสารลดหย่อนทุกประเภทอย่างเป็นระบบ
- การใช้สิทธิลดหย่อนภาษีผิดพลาด อาจทำให้ถูกเรียกเอกสารย้อนหลังหรือเสียเบี้ยปรับ
สรุป
การวางแผน สิทธิลดหย่อนภาษี ไม่ควรทำเฉพาะช่วงยื่นแบบ แต่ควรเริ่มตั้งแต่ต้นปี เพื่อเลือกประกัน กองทุน และค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกับรายได้จริง หากไม่มั่นใจว่าสิทธิใดใช้ได้หรือไม่ การปรึกษาสำนักงานบัญชีจะช่วยให้การยื่นภาษีถูกต้อง ใช้สิทธิได้ครบ และลดความเสี่ยงทางภาษีในระยะยาว

